Product Project
Voob
พื้นที่ส่วนตัวสำหรับเก็บคำ ประโยค สำนวน quote และสิ่งที่น่าสนใจจากการอ่าน ดู หรือสำรวจสิ่งต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต
ภาพรวม
Voob คือ personal language archive สำหรับเก็บคำ ประโยค สำนวน quote และสิ่งที่น่าสนใจที่เราเจอระหว่างการอ่านหรือสำรวจสิ่งต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต
หนึ่งในแนวคิดหลักของ Voob คือการทำให้ประสบการณ์ระหว่าง การอ่านและการเก็บภาษาเป็นไปอย่าง seamless โดย Voob Chrome Extension ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ highlight คำหรือข้อความบนหน้าเว็บแล้วบันทึกได้ทันที โดยไม่ต้องสลับแท็บ เปิด application อื่น หรือ copy-paste ข้อความไปมาระหว่างหลายโปรแกรม
แทนที่จะทำให้ผู้ใช้ต้องหยุดจากสิ่งที่กำลังอ่าน Voob ถูกออกแบบให้การบันทึกเกิดขึ้นใกล้กับช่วงเวลาที่เราเพิ่งค้นพบบางอย่างมากที่สุด
ในขณะเดียวกัน Voob ไม่ได้เก็บเพียงแค่ตัวคำ แต่ยังสามารถเก็บบริบทของสิ่งที่เราเจอ มันหมายถึงอะไร เจอมาจากไหน ถูกใช้แบบไหน และทำไมเราถึงอยากเก็บมันไว้
เป้าหมายคือสร้าง personal language archive ที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากสิ่งที่เราอ่าน ดู และพบเจออยู่แล้วในแต่ละวัน
ปัญหา
เวลาเราเจอคำ สำนวน หรือประโยคที่น่าสนใจบนอินเทอร์เน็ต workflow ที่เกิดขึ้นมักกระจัดกระจาย
เราอาจเปิดอีกแท็บเพื่อหาความหมาย copy ไปเก็บใน Notes แคปหน้าจอ bookmark หน้าเว็บ หรือคิดว่าเดี๋ยวคงจำได้
สุดท้ายสิ่งที่เราเคยสนใจก็กระจายอยู่ตามหลายที่ หรือหายไปเลย
เครื่องมือเกี่ยวกับคำศัพท์ส่วนใหญ่มักถูกออกแบบมาเพื่อการท่องจำและ repetition แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เราอยากเก็บจะต้องกลายเป็น flashcard
บางครั้งเราเพียงอยากจำประโยคหนึ่งไว้ อยากรู้ว่าคำนั้นถูกใช้ในบริบทไหน อยากจำว่าเราเจอมันจากอะไร หรืออยากเก็บข้อความบางอย่างไว้เพราะมันอธิบายความคิดหนึ่งได้ดีมาก
ทำไมเราถึงสร้างมัน
Voob เริ่มมาจากพฤติกรรมที่เรามีอยู่แล้ว คือการเจอคำ ประโยค และสำนวนที่น่าสนใจอยู่ตลอดและอยากเก็บมันไว้
ปัญหาไม่ใช่การหาความหมาย เพราะทุกวันนี้ Search Engine และ AI ช่วยเรื่องนั้นได้ง่ายมาก
สิ่งที่ยากกว่าคือการเก็บสิ่งที่เราเพิ่งค้นพบเอาไว้พร้อมกับบริบทของมัน
เราจึงอยากมีพื้นที่ที่สามารถเก็บภาษาไปพร้อมกับความหมาย ตัวอย่าง แหล่งที่มา และเหตุผลว่าทำไมสิ่งนั้นถึงน่าสนใจสำหรับเรา
มากกว่าจะเป็น vocabulary application แบบเดิม เรามอง Voob เหมือนเป็น personal language garden ที่ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับสิ่งที่เราเรียนรู้
แนวทางผลิตภัณฑ์
Voob ถูกออกแบบจากพฤติกรรมง่าย ๆ หนึ่งอย่าง:
เจอบางอย่าง → เข้าใจมัน → เก็บมันไว้โดยไม่ต้องหลุดออกจากสิ่งที่กำลังทำ
การลด friction ของ workflow นี้จึงเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญของผลิตภัณฑ์
ตัวอย่างเช่น Voob Chrome Extension ช่วยให้ผู้ใช้ highlight คำหรือข้อความที่เจอบนเว็บไซต์และเก็บเข้า Voob ได้โดยตรง โดยไม่ต้องสลับแท็บไปมา หรือ copy ข้อมูลเข้า application อื่นทุกครั้ง
เมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ Voob จะกลายเป็น archive ที่สามารถค้นย้อนกลับไปดูภาษาและความคิดต่าง ๆ ที่เราเคยสนใจได้
การตัดสินใจสำคัญ
- วางตำแหน่ง Voob เป็น personal language archive มากกว่าจะเป็น flashcard application อีกตัวหนึ่ง
- เก็บบริบทของสิ่งที่บันทึก ไม่ใช่เพียงคำศัพท์และ definition
- รองรับทั้งคำ ประโยค สำนวน phrase และ quote
- ลดขั้นตอนระหว่างการค้นพบบางอย่างกับการเก็บมันไว้
- ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับพฤติกรรมการอ่านและการท่องเว็บที่มีอยู่แล้ว
- ทำ core capture experience ให้เรียบง่ายก่อนขยายไปสู่ระบบจัดหมวดหมู่และฟีเจอร์การเรียนรู้ที่ซับซ้อนขึ้น
แนวทางเทคนิค
Voob ถูกออกแบบเป็น web product ที่มี browser extension เชื่อมต่อกับ application หลัก
Chrome Extension รับผิดชอบประสบการณ์ตอนที่ผู้ใช้ค้นพบและต้องการเก็บบางอย่าง ในขณะที่ตัว application จัดการ collection, metadata, organization และข้อมูลของ account
สิ่งนี้ทำให้เกิดโจทย์ทางเทคนิคที่น่าสนใจ เพราะประสบการณ์ตอน capture ต้องรู้สึกเบาและรวดเร็ว แต่เบื้องหลังยังต้องจัดการเรื่อง authentication, data ownership, API communication และการเชื่อมข้อมูลระหว่างหลาย interface ให้ถูกต้อง
ดังนั้นการออกแบบ architecture ของ Voob ไม่ได้คิดเฉพาะเรื่อง scalability แต่รวมถึงการทำให้เส้นทางตั้งแต่ “เจอบางอย่าง” ไปจนถึง “เก็บเรียบร้อยแล้ว” สั้นที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
สิ่งที่เราเรียนรู้
การสร้าง Voob ทำให้เราเห็นชัดขึ้นว่าปัญหาของผลิตภัณฑ์จำนวนมากซ่อนอยู่ใน friction เล็ก ๆ ของพฤติกรรมผู้ใช้
ปัญหาหลักไม่เคยเป็นเพราะผู้ใช้ไม่มีที่สำหรับพิมพ์คำศัพท์ลงไป
แต่คือจำนวนขั้นตอนที่เกิดขึ้นระหว่างการเจอบางอย่างที่น่าสนใจกับการเก็บสิ่งนั้นไว้จริง ๆ
สิ่งนี้เปลี่ยนวิธีที่เราคิดเรื่อง product development จากการเริ่มต้นด้วยรายการ feature จำนวนมาก มาเป็นการมองหาพฤติกรรมหนึ่งที่ผลิตภัณฑ์ควรทำให้ง่ายขึ้น แล้วค่อยออกแบบผลิตภัณฑ์ออกมาจากจุดนั้น
Voob จึงเป็นโปรเจกต์ที่เราใช้สำรวจทั้ง Software Engineering, Product Thinking, User Behavior และการสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์